นิยาม

“ผู้บริหาร” หมายถึง กรรมการบริษัท เจ้าหน้าที่บริหาร และผู้จัดการระดับฝ่ายหรือเทียบเท่า ขึ้นไปของบริษัทฯ

“ผู้บังคับบัญชา” หมายถึง พนักงานซึ่งมีอำนาจหน้าที่ในการสั่งการ มอบหมายงาน กำกับ หรือควบคุมการทำงานให้เป็นไปตามนโยบายของบริษัทฯ รวมตลอดถึงการมีอำนาจใช้มาตรการทางวินัยลงโทษพนักงานของบริษัทฯได้

“พนักงาน” หมายถึง พนักงานตามข้อบังคับของบริษัทฯ 

“บุคคลภายนอก” หมายถึงบุคคลและ/ หรือนิติบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการดำเนินงานบริษัทฯรวมถึงผู้ถือหุ้น ลูกค้า คู่ค้า เจ้าหนี้ คู่แข่งทางการค้า และสังคมส่วนรวม เป็นต้น

1. การปฏิบัติตนของพนักงาน  และการปฏิบัติต่อพนักงานอื่น    ( Employee Practice )

1.1 เป็นผู้มีวินัย และประพฤติปฏิบัติตามกฎระเบียบข้อบังคับของบริษัทฯ ทั้งนี้กฏเกณฑ์ของบริษัทฯอาจเคร่งครัดกว่าที่กฏหมายกำหนด รวมถึงปฏิบัติตามประเพณีอันดีงาม  ไม่ว่าจะระบุไว้เป็นลายลักษณ์อักษรหรือไม่ก็ตาม

1.2 ปฏิบัติตามกฏหมายอย่างเคร่งครัด

1.3 ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความมุ่งมั่น  ซื่อตรง  โปร่งใส  

1.4 เคารพในสิทธิของพนักงานอื่น  รวมทั้งผู้บริหารและผู้บังคับบัญชา

1.5 ผู้บริหารและผู้บังคับบัญชาต้องปฏิบัติตนให้เป็นที่เคารพนับถือของพนักงาน  และพนักงานไม่พึงกระทำการใดๆ อันเป็นการไม่เคารพนับถือผู้บังคับบัญชา

1.6 ร่วมสร้างและรักษาบรรยากาศแห่งความสามัคคี และความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันในหมู่พนักงาน  พึงหลีกเลี่ยงการกระทำใดๆ อันอาจกระทบต่อชื่อเสียงและภาพลักษณ์ของบริษัทฯ หรือเป็นปัญหาแก่บริษัทฯในภายหลังได้

1.7 พนักงานต้องไม่แบ่งแยก เลือกปฏิบัติ คุกคาม เนื่องมาจากแหล่งกำเนิด สัญชาติ ศาสนา เชื้อชาติ เพศ  อายุ หรือกระทำการใดๆ  ที่คุกคามทางวาจาและ/หรือทางกายอันเนื่องมาจากเหตุผลดังกล่าวข้างต้น หรือด้วยเหตุผลอื่นๆ 

2. ผลประโยชน์ขัดกัน ความขัดแย้งทางผลประโยชน์ (Conflict   of  Interest)

2.1 พนักงานต้องไม่ปฏิบัติการใดๆ อันเป็นการขัดต่อผลประโยชน์ของบริษัทฯ  ไม่ว่าจะเกิดจากการติดต่อกับผู้เกี่ยวข้องทางการค้าของบริษัทฯ  เช่น  คู่ค้า  ลูกค้า  คู่แข่งขัน  หรือจากการใช้โอกาสหรือข้อมูลที่ได้จากการเป็นกรรมการ  หรือพนักงานในการหาประโยชน์ส่วนตน  และพนักงานต้องไม่ประกอบธุรกิจที่แข่งขันกับบริษัทฯ  หรือทำงานอื่นนอกเหนือจากงานของบริษัทฯ ซึ่งส่งผลกระทบกระเทือนต่องานในหน้าที่  ดังนั้น พนักงานจะต้องไม่กระทำการใดๆ ที่อาจก่อให้เกิดผลประโยชน์ขัดกันกับบริษัทฯ  หากเกิดสถานการณ์ที่ผลประโยชน์ขัดกัน หรือเมื่อพนักงานเข้าไปเกี่ยวข้องกับสถานการณ์ที่อาจนำไปสู่ผลประโยชน์ขัดกัน ให้พนักงานแจ้งผู้บังคับบัญชา  และสำเนาส่งฝ่ายทรัพยากรบุคคล และฝ่ายตรวจสอบภายใน เพื่อหาทางแก้ไขสถานการณ์นั้นๆ ด้วยความยุติธรรมและโปร่งใส

2.2 พนักงานพึงละเว้นการถือหุ้นในกิจการคู่แข่งของบริษัทฯ ซึ่งเป็นจำนวนที่มีสาระสำคัญอันจะทำให้ได้มาซึ่งอำนาจในการบริหาร หรือ หากทำให้พนักงานกระทำการ  หรือละเว้นการกระทำการที่ควรทำตามหน้าที่ หรือมีผลกระทบกระเทือนต่องานในหน้าที่ ในกรณีที่พนักงานได้หุ้นนั้นมาก่อนการเป็นพนักงาน  หรือก่อนที่บริษัทฯ จะเข้าไปทำธุรกิจนั้น หรือได้มาโดยทางมรดก  พนักงานต้องรายงานให้ผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นทราบ และสำเนาส่งมาที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคล 

2.3 ในกรณีที่พนักงานประสงค์ที่จะดำรงตำแหน่ง และดำเนินกิจกรรมภายนอกบริษัทฯ ได้แก่ กรรมการบริษัท / เจ้าหน้าที่/ ลูกจ้างบริษัท/ หุ้นส่วน/ ที่ปรึกษา พนักงานดังกล่าวจะต้องได้รับการอนุมัติจากคณะผู้บริหารของบริษัทฯ ก่อนดำเนินการใดๆ ทั้งนี้พนักงานต้องขออนุมัติผ่านผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นทราบในการดำเนินการดังกล่าว   และสำเนาส่งมาที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคล

2.4 ภายในระยะเวลาที่กำหนดโดยฝ่ายทรัพยากรบุคคลหลังจากที่มีการประกาศใช้จรรยาบรรณในการปฏิบัติหน้าที่ทางธุรกิจของบริษัท  (Code of Conduct) ฉบับนี้ ให้พนักงานทุกคนรายงานให้บริษัทฯ ทราบว่ามีกรณีที่อาจก่อให้เกิดผลประโยชน์ขัดกันหรือ ความขัดแย้งทางผลประโยชน์ (Conflict   of  Interest) กับบริษัทฯ ตามที่กำหนดในข้อ 2.1 ถึง 2.3 หรือไม่ หากมีกรณีที่อาจก่อให้เกิดผลประโยชน์ขัดกันหรือ ความขัดแย้งทางผลประโยชน์ (Conflict   of  Interest) ข้างต้นกับบริษัทฯ พนักงานดังกล่าวต้องระบุรายละเอียดของกรณีนั้นๆ ให้บริษัทฯ ทราบด้วยเพื่อขออนุมัติ และ/หรือดำเนินการอื่นใดตามที่กำหนดในข้อ 2.1 ถึง 2.3 ทั้งนี้ การรายงานว่ามีกรณีที่อาจก่อให้เกิดผลประโยชน์ขัดกันหรือ ความขัดแย้งทางผลประโยชน์ (Conflict   of  Interest) กับบริษัทฯ ตามที่กำหนดในข้อ 2.1 ถึง 2.3 หรือไม่ รวมถึงรายละเอียดที่เกี่ยวข้องต่างๆ ให้เป็นไปตามรูปแบบและช่องทางการสื่อสารที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคลกำหนด

2.5 ในกรณีที่ภายหลังจากการรายงานครั้งแรกตามที่กำหนดในข้อ 2.4 เกิดกรณีตามที่กำหนดในข้อ 2.1 ถึง 2.3 หรือมีการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดของกรณีที่อาจก่อให้เกิดผลประโยชน์ขัดกันหรือ ความขัดแย้งทางผลประโยชน์ (Conflict of Interest) ที่พนักงานได้เปิดเผยไว้ครั้งแรกตามที่กำหนดในข้อ 2.4 ให้พนักงานรายงานให้บริษัทฯ ทราบและปฏิบัติตามข้อ 2.1 ถึง 2.3 เพื่อขออนุมัติ และ/หรือดำเนินการอื่นใดที่เกี่ยวข้อง

2.6 ในกรณีที่บริษัทฯ มีข้อสงสัยว่าพนักงานรายใดอาจเข้าข่ายตามกรณีต่างๆ ที่ระบุในข้อ 2.1 ถึง 2.3 แต่มิได้รายงานข้อเท็จจริงดังกล่าวให้บริษัทฯ ทราบ บริษัทฯ สามารถแจ้งให้พนักงานดังกล่าวมาชี้แจง หรือส่งเอกสารหลักฐานเพิ่มเติม รวมถึงตรวจสอบเอกสารอื่นใดหรือสอบถามข้อมูลจากบุคคลใดๆ เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบตามข้อนี้

2.7 หากบริษัทฯ ตรวจพบในภายหลังว่าพนักงานฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามจรรยาบรรณในการปฏิบัติหน้าที่ทางธุรกิจของบริษัท  (Code of Conduct) เกี่ยวกับผลประโยชน์ขัดกัน และความขัดแย้งทางผลประโยชน์ (Conflict   of  Interest) ตามข้อ 2 นี้ และ/หรือ มิได้รายงานกรณีต่างๆตามที่ระบุในข้อ 2.4 และ 2.5 หรือมีการรายงานตามข้อ 2.4 และ 2.5 ด้วยข้อความอันเป็นเท็จ และ/หรือ ไม่ครบถ้วนตามข้อเท็จจริง บริษัทฯ จะพิจารณาโทษตามมาตรการลงโทษทางวินัยตามที่กำหนดในข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของบริษัทฯ (รวมทั้งที่แก้ไขเพิ่มเติม)
    
3. ครอบครัวและญาติพี่น้องของพนักงาน  

3.1 สมาชิกในครอบครัวที่ใกล้ชิด (บิดา มารดา พี่น้อง คู่สมรส บุตร) และคู่ชีวิตของพนักงานจะมีโอกาสได้รับการพิจารณาจ้างงาน หรือเป็นที่ปรึกษาบริษัทฯ หากบุคคลดังกล่าวมีคุณสมบัติ ผลการปฏิบัติงาน ทักษะและ ประสบการณ์ที่เหมาะสมและเกี่ยวข้องกับงาน 

3.2 หลักการจ้างงานที่เป็นธรรมดังกล่าวข้างต้น จะรวมถึงการจ่ายค่าตอบแทน การเลื่อนตำแหน่ง และการโยกย้าย หลักการนี้จะครอบคลุมถึงกรณีที่ความสัมพันธ์เกิดขึ้น ภายหลังที่พนักงานท่านนั้นร่วมงานกับบริษัทฯ แล้ว หรือความสัมพันธ์นั้นได้เกิดขึ้นหลังจากการเป็นพนักงานแล้ว เช่น กรณีเป็นคู่สมรส หรือคู่ชีวิตของพนักงาน  โดยให้พนักงานรายงานผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นทราบ  และสำเนาส่งมาที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคล

4. การรักษาและการใช้ทรัพย์สินของบริษัทฯ (Corporate Assets)

4.1 พนักงานมีหน้าที่และความรับผิดชอบในการดูแลทรัพย์สินของบริษัทฯ มิให้เสื่อมเสีย สูญหาย  และใช้ทรัพย์สินอย่างมีประสิทธิภาพ  ให้เกิดประโยชน์ต่อบริษัทอย่างเต็มที่  และไม่นำทรัพย์สินของบริษัทฯ ไปใช้เพื่อประโยชน์ของตนเองหรือผู้อื่น รวมถึงการใช้ในทางที่ผิด การลักขโมย การฉ้อโกง การยักยอก และการทำลาย

4.2 ทรัพย์สินดังกล่าวหมายถึงทรัพย์สินทั้งที่มีตัวตนและไม่มีตัวตน เช่น สังหาริมทรัพย์  อสังหาริมทรัพย์  เทคโนโลยี  ความรู้ทางวิชาการ  เอกสารสิทธิ์  สิทธิบัตร  ลิขสิทธิ์  ตลอดจนข้อมูลที่เป็นความลับที่ไม่ได้เปิดเผยต่อสาธารณะชน  ได้แก่  แผนธุรกิจ  ประมาณการทางการเงิน  ข้อมูลด้านทรัพยากรบุคคล

4.3 พนักงานทุกคนต้องไม่เปิดเผยข้อมูลที่เป็นความลับ  ได้แก่ ข้อมูลใดๆที่ไม่หรือยังไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ หรือข้อมูลอันไม่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่ของตน  หรือการใชประโยชน์จากข้อมูลดังกล่าวอย่างเด็ดขาด  รวมถึงเมื่อสิ้นสุดสภาพการเป็นพนักงานแล้วก็ตาม  ในทางกลับกันพนักงานก็ต้องรักษาความลับของกลุ่มบุคคลภายนอก เช่น หุ้นส่วนทางธุรกิจ คู่ค้า ลูกค้า ฯลฯ เช่นกัน

5. การให้หรือรับของขวัญ  หรือการบันเทิง  ( Gifts  and  Entertainment ) 

5.1 พนักงานต้องไม่เสนอ เรียก  รับ  หรือยินยอมที่จะรับเงิน  สิ่งของ การเลี้ยงอาหารหรือความบันเทิงต่างๆ  หรือประโยชน์อื่นใดจากผู้เกี่ยวข้องทางธุรกิจกับบริษัทฯ   นอกจากนี้พนักงานต้องไม่กระทำการใดๆ หรือพฤติกรรมใดๆ ที่อาจมีผลให้เกิดข้อสงสัยในพฤติกรรมการให้สินบนและการทุจริต

5.2 พนักงานอาจรับหรือให้ของขวัญ หรือเลี้ยง หรือรับเลี้ยง อาหารหรือความบันเทิงต่างๆ ได้ตามประเพณีนิยม หรือเทศกาล โดยการให้และรับของขวัญ หรือการเลี้ยงและรับเลี้ยง อาหารหรือความบันเทิงต่างๆนั้นจะต้องไม่ส่งผลต่อการตัดสิน ใจเชิงธุรกิจใด ๆ ของผู้รับ  กรณีมีการรับหรือให้ของขวัญ หรือเลี้ยง หรือรับเลี้ยง อาหารหรือความบันเทิงต่างๆ พนักงานต้องรายงานผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นทราบ และหากเป็นการรับของขวัญที่มีมูลค่าเกิน 3,000 บาท ให้นำของขวัญดังกล่าวมาขึ้นทะเบียนกับบริษัทฯ

5.3 ของขวัญที่ได้รับควรเป็นสิ่งที่มีมูลค่าไม่มากนัก และไม่ควรเป็นเงินสดหรือเทียบเท่าเงินสด 

5.4 การให้หรือการรับของขวัญ อาจกระทำได้หากทำด้วยความโปร่งใส หรือทำในที่เปิดเผย หรือ สามารถเปิดเผยได้

5.5 พนักงานที่ติดต่อกับบุคคลภายนอก เช่น หุ้นส่วนทางธุรกิจ คู่ค้า ลูกค้า ฯลฯ จะต้องสื่อสารเรื่องจรรยาบรรณในการปฏิบัติหน้าที่ทางธุรกิจของบริษัทฯ ให้ผู้เกี่ยวข้องรับทราบ

6. การปฏิบัติต่อลูกค้า  และคุณภาพผลิตภัณฑ์  ( Customer  Relations  and  Product  Quality )

6.1 ส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพตรงตาม  หรือสูงกว่าความคาดหมายของลูกค้า  ภายใต้เงื่อนไขที่        เป็นธรรม

6.2     ให้ข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และบริการที่ถูกต้อง  เพียงพอ  และทันต่อเหตุการณ์แก่ลูกค้า                เพื่อให้ลูกค้ามีข้อมูลเพียงพอในการตัดสินใจ  โดยไม่มีการกล่าวเกินความเป็นจริงทั้งในการโฆษณา  หรือในการสื่อสารช่องทางอื่น ๆ กับลูกค้า  อันเป็นเหตุให้ลูกค้าเกิดความเข้าใจผิดเกี่ยวกับคุณภาพ  ปริมาณ  หรือเงื่อนไขใด ๆ ของสินค้าหรือบริการ

6.3 รักษาความลับของลูกค้าและไม่นำไปใช้เพื่อประโยชน์ของตนเองหรือผู้ที่เกี่ยวข้องโดยมิชอบ

6.4 ตอบสนองความต้องการของลูกค้าด้วยความรวดเร็ว  และจัดให้มีระบบและช่องทางให้ลูกค้าร้องเรียนเกี่ยวกับคุณภาพของสินค้าและบริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ

7. การปฏิบัติต่อคู่ค้า  และ/หรือเจ้าหนี้  ( Suppliers/Creditors )

7.1 ปฏิบัติต่อคู่ค้าและเจ้าหนี้อย่างเสมอภาคและเป็นธรรม  และตั้งอยู่บนพื้นฐานของการได้รับผลตอบแทนที่เป็นธรรมต่อทั้งสองฝ่าย

7.2 ปฏิบัติตามสัญญา  หรือเงื่อนไขต่าง ๆ ที่ตกลงกันไว้อย่างเคร่งครัด  กรณีที่ไม่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขข้อใดข้อหนึ่ง  ต้องรีบแจ้งให้คู่ค้า  และ/หรือเจ้าหนี้ทราบล่วงหน้า  เพื่อร่วมกันพิจารณาหาแนวทางแก้ไข

7.3 ในการเจรจาต่อรองทางธุรกิจ  ละเว้นการเรียก  รับ  หรือจ่ายผลประโยชน์ใด ๆ ที่ไม่สุจริตในการค้ากับคู่ค้า/หรือเจ้าหนี้ 

7.4 หากมีข้อมูลว่ามีการเรียก  รับ  หรือจ่ายผลประโยชน์ใด ๆ ที่ไม่สุจริตเกิดขึ้น  ต้องเปิดเผยรายละเอียดต่อคู่ค้า และ/หรือเจ้าหนี้  และร่วมกันแก้ไขปัญหาโดยยุติธรรมและรวดเร็ว

7.5 รายงานข้อมูลทางการเงินที่ถูกต้อง  ครบถ้วน  และตรงเวลาให้แก่เจ้าหนี้อย่างสม่ำเสมอ

8. การปฏิบัติต่อพนักงาน  ( Employees  )

8.1 ให้ผลตอบแทนที่เป็นธรรมต่อพนักงาน

8.2 ดูแลรักษาสภาพแวดล้อมในการทำงานให้มีความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของพนักงาน

8.3 การแต่งตั้ง และโยกย้ายพนักงาน รวมถึงการให้รางวัลและการลงโทษ  ต้องกระทำด้วยความ สุจริตใจ และตั้งอยู่บนพื้นฐานความรู้  ความสามารถ  และความเหมาะสมของพนักงาน

8.4 ให้ความสำคัญต่อการพัฒนาความรู้  ความสามารถ  และทักษะของพนักงาน โดยให้โอกาส อย่างทั่วถึงและสม่ำเสมอ

8.5 ปฏิบัติตามกฎหมายและข้อกำหนดต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับพนักงานอย่างเคร่งครัด

9. การปฏิบัติต่อคู่แข่งทางการค้า  ( Rivals )

9.1 ประพฤติปฏิบัติภายใต้กรอบกติกาของการแข่งขันที่ดี

9.2 ไม่แสวงหาข้อมูลที่เป็นความลับของคู่แข่งทางการค้าด้วยวิธีการที่ไม่สุจริต  หรือไม่เหมาะสม  เช่นการจ่ายสินจ้างให้แก่พนักงานของคู่แข่ง  เป็นต้น

9.3 ไม่ทำลายชื่อเสียงของคู่แข่งทางการค้า  ด้วยการกล่าวหาในทางร้าย

10. ความรับผิดชอบต่อสังคมและส่วนรวม ( Environment  and  Community )

10.1 รับผิดชอบและยึดมั่นในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม  ตลอดจนขนบธรรมเนียม  ประเพณีท้องถิ่นที่องค์กรตั้งอยู่  

10.2 ดำเนินกิจกรรมเพื่อร่วมสร้างสรรค์สังคม  ชุมชน  และสิ่งแวดล้อมอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้ชุมชนที่บริษัทตั้งอยู่มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น  ทั้งที่ดำเนินการเองและร่วมมือกับรัฐ  และชุมชน

10.3 ป้องกันอุบัติเหตุ และควบคุมการปล่อยของเสียให้อยู่ในระดับที่ต่ำกว่าค่ามาตรฐานที่ยอมรับได้

10.4 ตอบสนองอย่างรวดเร็วและอย่างมีประสิทธิภาพต่อเหตุการณ์ที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม  และชุมชน  อันเนื่องมาจากการดำเนินงานของบริษัท  โดยให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่กับเจ้าหน้าที่ภาครัฐ  และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

11. จรรยาบรรณที่ปรึกษา   

11.1 ปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นตามกฎหมาย  รวมทั้งการกำกับดูแลกิจการที่ดี

11.2 ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มความสามารถเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อบริษัทฯรวมถึงการเข้าประชุมทุกครั้งยกเว้นกรณีที่มีเหตุจำเป็น

11.3 ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเป็นกลางโดยในการประชุม  หากที่ปรึกษามีส่วนได้เสียในเรื่องพิจารณา ที่ปรึกษาท่านนั้นต้องออกจากห้องประชุมและงดการมีส่วนร่วมใดๆ ในการพิจารณาตัดสินใจในเรื่องดังกล่าว

11.4 ไม่นำข้อมูลที่ได้รับจากการปฏิบัติหน้าที่เพื่อแสวงหาประโยชน์ให้แก่ตนเองหรือ ผู้อื่นโดยมิชอบ

11.5 ไม่ใช้ความลับของบริษัทฯ ในทางที่ผิด  และไม่เปิดเผยข้อมูลที่เป็นความลับของบริษัทฯ  แม้นพ้นสภาพหรือสิ้นสุดการปฏิบัติงานที่องค์กรไปแล้ว

11.6 ไม่หาผลประโยชน์ส่วนตัวจากการเป็นที่ปรึกษา

11.7 ไม่สร้างข้อผูกมัดที่อาจขัดแย้งกับหน้าที่ของตนในภายหลัง

11.8 ไม่มีผลประโยชน์หรือส่วนได้เสียจากการทำสัญญาของบริษัทฯ

11.9 ไม่รับสิ่งของ  หรือประโยชน์อื่นใดอันเป็นการขัดต่อผลประโยชน์ของบริษัทฯ  เพื่อประโยชน์ส่วนตนและครอบครัว

11.10 รักษาข้อมูลที่เป็นความลับของบริษัทฯ ไม่ให้รั่วไหลไปยังบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้อง ซึ่งอาจจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่บริษัทฯ หรือผู้มีส่วนได้เสีย  ยกเว้นกรณีที่เป็นไปตามกฎหมาย

12. การรายงานการทำผิดกฏหมายและการไม่ปฏิบัติตามจรรยาบรรณ

12.1 พนักงานจะต้องแจ้งการปฏิบัติหรือการกระทำใดๆ ที่เชื่อว่าไม่เหมาะสมและไม่เป็นไปตามจรรยาบรรณนี้ หรือ การกระทำผิดกฎหมาย ต่อผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น  และเจ้าหน้าที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคลระดับจัดการขึ้นไป กรณีสถานการณ์ที่ร้ายแรงให้รายงานโดยตรงไปยังผู้บังคับบัญชาระดับสูงสุดของฝ่าย  จากนั้นผู้บังคับบัญชาระดับสูงสุดของฝ่ายจะเป็นผู้รายงานต่อไปยังรองผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายทรัพยากรบุคคล และสำเนาถึงกรรมการผู้อำนวยการใหญ่  แต่หากกรณีดังกล่าวเกี่ยวข้องกับผู้บังคับบัญชาระดับสูงสุดของฝ่าย ให้พนักงานรายงานตรงถึงรองผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายทรัพยากรบุคคล และสำเนาถึงกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ 

12.2 ในกรณีมีข้อร้องเรียนพนักงานสามารถร้องเรียนอย่างเป็นความลับมาที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคล  เรื่องร้องเรียนทั้งหมดจะมีการตรวจสอบข้อมูลอย่างเหมาะสม  บริษัทฯ ห้ามมิให้มีการกลั่นแกล้งพนักงานที่มาร้องเรียนด้วยเจตนาที่ดี ในขณะเดียวกันบริษัทฯ จะปกป้องสิทธิของบุคคลที่ถูกร้องเรียนด้วย

Message
ปิด